อาการทางคลินิกของโรคช่องปากหรือโรคทันตกรรมในสัตว์เลี้ยง
-
กลิ่นปาก (halitosis)
-
ฟันหัก
-
น้ำลายไหลมากผิดปกติ
-
ไม่ยอมกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารแข็ง หรือไม่ยอมเล่นของเล่นเคี้ยว
-
เคี้ยวด้วยหรือเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
-
ใช้อุ้งเท้าเกาหรือถูบริเวณปาก/จมูก
-
มีเลือดออกจากปาก
-
ใบหน้าและ/หรือขากรรไกรล่างไม่สมมาตร
-
มีรูระบายหรือบวมใต้ตา (หรือด้านหน้าตา)
-
พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงกะทันหัน (ก้าวร้าวหรือหลีกเลี่ยง)
-
ตาอักเสบเรื้อรังหรือมีน้ำตาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนหรือรักษาไม่หาย
-
ไม่สามารถอ้าหรือหุบปากได้
-
จามเรื้อรัง
-
ฟันเปลี่ยนสี
-
มีสารคัดหลั่งผิดปกติจากจมูก
-
มีก้อน/เนื้องอกในปาก
หากคุณเห็นอาการทางคลินิกเหล่านี้ ให้พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจช่องปากอย่างครบถ้วน สัตวแพทย์อาจต้องให้ยาสงบประสาทหรือวางยาสลบสัตว์เลี้ยงเพื่อตรวจให้สมบูรณ์ อาจจำเป็นต้องถ่ายภาพรังสีฟัน (dental radiographs/X-rays) ไม่ใช่ "ภาพรังสีกะโหลก" (ภาพรังสีของศีรษะทั้งหมด) เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง ภาพรังสีในช่องปาก (intra-oral radiographs) จำเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจว่าเกิดอะไรขึ้นและต้องทำอะไร หากสัตวแพทย์ไม่สามารถถ่ายภาพรังสีฟัน ไม่แน่ใจในการวินิจฉัย หรือหากการรักษาเกินระดับประสบการณ์ทางทันตกรรมของคลินิก ให้ขอส่งต่อไปยังสัตวแพทย์ที่มีใบรับรองขั้นสูงด้านทันตกรรม (ดู American Veterinary Dental College หรือ Academy of Veterinary Dentistry)
การดูแลเชิงป้องกันรวมถึงการแปรงฟันและการตรวจช่องปากของสัตว์เลี้ยงทุกวัน ควรแปรงฟันอย่างน้อย 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ หากต้องการให้เกิดผลต่อสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การดูในปากสัตว์เลี้ยงขณะแปรงฟันจะทำให้คุณตระหนักถึงความผิดปกติในช่องปาก (ก้อนในช่องปาก กลิ่นปาก ฟันที่หายไป) หรือเหงือกแดงมากขึ้นซึ่งบ่งบอกถึงโรคปริทันต์และความจำเป็นในการพาไปพบ "ทันตแพทย์สัตว์"
โดยการทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ประจำและผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม คุณจะมั่นใจได้ว่าคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงจะดีขึ้นด้วยการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากอย่างเหมาะสมและทันเวลา
หมายเหตุการใช้งาน
เนื้อหานี้ใช้เพื่อการอ้างอิงและการถอดความเท่านั้น ห้ามเผยแพร่ข้อความต้นฉบับซ้ำโดยไม่ดัดแปลง