โรคเหงือกและฟันในแมว: อาการ สาเหตุ และการป้องกัน
โรคเหงือกและฟัน (Periodontal Disease) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดในแมว โดยเฉพาะแมววัยผู้ใหญ่และแมวสูงอายุ แม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่สภาวะฉุกเฉิน แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ในระยะยาว
อาการและสัญญาณของโรคเหงือกและฟันในแมว
เจ้าของแมวควรสังเกตอาการเหล่านี้:
- กลิ่นปากเหม็น - เป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
- เหงือกบวมแดง - เหงือกปกติควรมีสีชมพูอ่อน แต่เมื่อเกิดการอักเสบจะบวมและมีสีแดงเข้ม
- น้ำลายไหลมาก - อาจพบเลือดปนในน้ำลายได้
- ลดความต้องการอาหาร - แมวอาจกินอาหารได้น้อยลงเนื่องจากความเจ็บปวด
- เคี้ยวอาหารได้ยาก - หลีกเลี่ยงการใช้ฟันด้านที่เจ็ป หรือทิ้งอาหารหล่นขณะกิน
- ใช้อุ้งเท้าขูดปาก - พยายามบรรเทาความไม่สบาย
- พฤติกรรมเปลี่ยนไป - หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณหน้าและปาก อารมณ์เสียง่าย
สาเหตุและการพัฒนาของโรค
โรคเหงือกและฟันเกิดจากการสะสมของคราบพลัค (Plaque) บนผิวฟัน คราบพลักเป็นฟิล์มที่ประกอบด้วยแบคทีเรีย เศษอาหาร และน้ำลาย เมื่อเวลาผ่านไป คราบพลักจะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน (Tartar หรือ Calculus) ซึ่งไม่สามารถขจัดได้ด้วยการแปรงฟันธรรมดา
ระยะของโรคมี 4 ระดับ:
- ระยะที่ 1 (Gingivitis): เหงือกอักเสบเล็กน้อย ยังสามารถกลับสู่สภาพปกติได้หากรับการทำความสะอาด
- ระยะที่ 2: เริ่มมีการทำลายเนื้อเยื่อที่ยึดฟัน สามารถรักษาและชะลอความเสียหายได้
- ระยะที่ 3: ทำลายเนื้อเยื่อรากฟันมากกว่า 50% ฟันอาจหลวมหรือโยก
- ระยะที่ 4: การทำลายอย่างรุนแรง ฟันหลุดหรือติดเชื้อลุกลามถึงกระดูกขากรรไกร
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น การไม่ได้ดูแลทำความสะอาดช่องปาก พันธุ์แมวหน้าแบน (เช่น เปอร์เซีย) และการกินอาหารเปียกอย่างเดียวโดยไม่มีการกระตุ้นการเคี้ยว
เมื่อไรควรพบสัตวแพทย์
คุณควรพาแมวพบสัตวแพทย์เมื่อสังเกตเห็นอาการใดๆ ต่อไปนี้:
- กลิ่นปากเหม็นผิดปกติ
- เหงือกบวมแดงหรือมีเลือดออก
- ฟันหลวมหรือหลุด
- แมวหยุดกินอาหารหรือกินได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- มีก้อนหรือบวมบริเวณใบหน้าหรือขากรรไกร
สัตวแพทย์จะทำการตรวจช่องปากและอาจแนะนำให้ทำการทำความสะอาดฟันภายใต้การดมยาสลบ (Dental Prophylaxis) เพื่อขจัดหินปูนและรักษาโรคเหงือก ในกรณีที่รุนแรงอาจต้องถอนฟันที่เสียหายหนัก
การป้องกันและการดูแล
การป้องกันเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพช่องปากของแมว:
- แปรงฟันเป็นประจำ - เริ่มให้แมวคุ้นเคยตั้งแต่เด็กด้วยยาสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (ห้ามใช้ยาสีฟันคน)
- ให้ขนมทำความสะอาดฟัน - ขนมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดคราบพลัคและหินปูน
- อาหารที่ช่วยสุขภาพฟัน - อาหารเม็ดที่มีเนื้อสัมผัสพิเศษช่วยขัดฟันขณะเคี้ยว
- ตรวจสุขภาพฟันประจำปี - พบสัตวแพทย์เพื่อตรวจช่องปากอย่างน้อยปีละครั้ง
- น้ำยาบ้วนปากสำหรับสัตว์ - ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก
การดูแลสุขภาพช่องปากของแมวไม่เพียงช่วยป้องกันความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน แต่ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อที่อาจลุกลามสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจ ไต และตับ ได้อีกด้วย การเริ่มต้นดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แมวของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (FLUTD): คู่มือสำหรับเจ้าของแมว
โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว หรือ FLUTD (Feline Lower Urinary Tract Disease) เป็นกลุ่มของโรคที่ส่งผลกระทบต่อกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะของแมว เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ใ
ฟันหักในสุนัขและแมว
ฟันหัก (fractured teeth) เป็นปัญหาทันตกรรมที่พบบ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงเคี้ยวสิ่งที่ไม่ควรเคี้ยว ฟันหักเป็นผลจากการบาดเจ็บ (trauma) และอาจเกิดจากการต่อสู้กับสัตว์อื่น อุบัติเหตุ หรือ
เคล็ดลับการดูแลทันตกรรมอย่างเป็นประโยชน์สำหรับสุนัขและแมว
บทนำ มีขั้นตอนง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าสุขภาพฟันของสัตว์เลี้ยงอยู่ในมือคุณ การละเลยสุขอนามัยช่องปาก (oral hygiene) ของสัตว์เลี้ยงอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดและปัญหาสุขภาพ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่ทำ
โรงพยาบาลสัตว์ที่แนะนำ
สถานพยาบาลที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาการนี้
คลินิกทันตกรรมสัตว์ SmilePaws
เชี่ยวชาญ: ทันตกรรม
เวลาทำการ: จันทร์-เสาร์ 9:00-18:00 น.
88/10 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
เปิด 24 ชม.รับเคสฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
เวลาทำการ: เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
55 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110