MorMeow
diseaseเฝ้าระวัง1 min read

โรคผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรียในสุนัข

The VIN Dermatology Consultants·VeterinaryPartner (VIN)
Read in English

Pyoderma คือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง (bacterial dermatitis) Pyoderma ในสุนัขมักเกิดจากแบคทีเรีย Staphylococcus (Staphylococcal folliculitis หรือ furunculosis) แบคทีเรียเหล่านี้มักไม่ทำให้เกิดโรคบนผิวหนังปกติ อย่างไรก็ตาม โรคผิวหนังอื่นที่เป็นพื้นฐานสามารถเปลี่ยนแปลงพื้นผิวผิวหนัง ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อมากขึ้น Pyoderma พบบ่อยในสุนัข

สาเหตุของ Pyoderma

สาเหตุพื้นฐานที่พบบ่อยของ pyoderma ได้แก่ ภูมิแพ้ (allergies) (ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้หมัด หรือ atopy ซึ่งเป็นแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเกิดภูมิแพ้บางชนิด) ปรสิต (parasites) (โรคขี้เรื้อน demodectic หรือ sarcoptic) โรคไขมันผิดปกติ (seborrhea) และความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) และภาวะต่อมหมวกไตทำงานเกิน (hyperadrenocorticism/Cushing's disease) pyoderma บางกรณี โดยเฉพาะที่คางและอุ้งเท้า ยังมี furunculosis ร่วมด้วย Furunculosis เกิดเมื่อรูขุมขนแตกและถูกดันลงใต้พื้นผิวผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ เนื่องจาก pyoderma มักเป็นปัญหาที่เกิดตามหลังโรคพื้นฐาน จึงสำคัญที่จะวินิจฉัยและรักษาภาวะสุขภาพอื่นๆ ควบคู่ไปกับการรักษา pyoderma

การวินิจฉัย Pyoderma

สัตวแพทย์จะตรวจสุนัขเพื่อหาอาการของการติดเชื้อผิวหนัง เนื่องจากทั้งแบคทีเรียและยีสต์สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อผิวหนังในสุนัข แต่ใช้ยาที่แตกต่างกันในการรักษา สัตวแพทย์อาจเก็บตัวอย่างผิวหนังจากสุนัขและตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ หากสุนัขมีการติดเชื้อยีสต์ที่ผิวหนัง (Malassezia dermatitis) ยาปฏิชีวนะจะไม่ช่วย สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียผิวหนังที่รุนแรงและลึก (deep pyodermas รวมถึง furunculosis) สัตวแพทย์อาจส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อเพาะเชื้อผิวหนัง (skin culture) เพื่อกำหนดยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

การรักษา Pyoderma

Pyoderma รักษาด้วยแชมพูต้านเชื้อแบคทีเรีย สเปรย์ หรือน้ำยาล้าง pyoderma ที่รุนแรงกว่าจะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (antibiotics) การติดเชื้อผิวหนังลึกที่มี furunculosis ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานกว่า สิ่งสำคัญคือต้องให้ยาปฏิชีวนะครบขนาดตลอดระยะเวลาที่กำหนด แม้ว่าผิวหนังของสัตว์เลี้ยงจะดูดีขึ้นมากแล้ว การหยุดยาปฏิชีวนะก่อนหมดใบสั่งยาอาจนำไปสู่ปัญหาเพิ่มเติม เช่น การดื้อยาปฏิชีวนะ (antibiotic resistance) หรือต้องเริ่มการรักษาใหม่ตั้งแต่ต้น

สิ่งสำคัญเท่าเทียมกันคือการไปตรวจติดตามตามนัด อาจต้องปรับยาขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของสัตว์เลี้ยง อีกครั้ง การวินิจฉัยและรักษาปัญหาหลักเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกัน pyoderma

หมายเหตุการใช้งาน

เนื้อหานี้ใช้สำหรับการอ้างอิงและการถอดความเท่านั้น ห้ามเผยแพร่ข้อความต้นฉบับซ้ำแบบคำต่อคำ

แชร์LINEFacebook
แนวคิดที่เชื่อมโยง (1)

บทความที่เกี่ยวข้อง